In Remembrance of Her Majesty Queen Sirikit
recyglo-logo

ขูดหินปูนด้วยตัวเอง อันตรายจากความเสี่ยงที่มากกว่าเรื่องความสะอาด

03 เมษายน 2026

ขูดหินปูนด้วยตัวเอง อันตรายจากความเสี่ยงที่มากกว่าเรื่องความสะอาด

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารและสินค้าต่าง ๆ เข้าถึงง่ายเพียงปลายนิ้ว เราเริ่มเห็นกระแสการดูแลตัวเองในรูปแบบใหม่ปรากฏบนโลกออนไลน์ หนึ่งในนั้นคือการซื้อ “เครื่องขูดหินปูนไฟฟ้าแบบพกพา” มาใช้งานเองที่บ้าน ด้วยเหตุผลด้านความสะดวกสบายหรือการประหยัดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ในมุมมองทางทันตกรรม การ ขูดหินปูนด้วยตัวเอง นั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย และแฝงไปด้วย อันตราย ที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพช่องปากในระยะยาว

ทำความเข้าใจ “หินปูน” ศัตรูตัวร้ายในช่องปาก

ก่อนจะไปถึงเรื่องการกำจัด เราต้องเข้าใจก่อนว่า หินปูน (Dental Calculus) คืออะไร หินปูนพัฒนามาจาก “คราบจุลินทรีย์” หรือ Biofilm ซึ่งเป็นแผ่นคราบจุลินทรีย์นุ่ม ๆ ที่เกาะอยู่ตามผิวฟันหลังจากการรับประทานอาหาร

หากเราแปรงฟันไม่สะอาด คราบเหล่านี้จะทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุในน้ำลายจนเกิดการตกตะกอนแข็งตัว กลายเป็นก้อนหินปูนที่ยึดเกาะแน่นกับผิวฟันและซอกเหงือก เมื่อถึงจุดที่กลายเป็นหินปูนแล้ว “การแปรงฟันตามปกติไม่สามารถขจัดออกได้” จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางทางทันตกรรมเท่านั้น


ทำไมการ “ขูดหินปูนด้วยตัวเอง” ถึงเป็นเรื่องอันตราย?

การขูดหินปูนไม่ใช่เพียงการ “ขูด” แผ่นแข็ง ๆ ออกจากฟัน แต่เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความรู้ด้านกายวิภาคของฟันและเหงือกอย่างละเอียด นี่คือความเสี่ยงหลักที่คุณต้องเผชิญหากตัดสินใจทำเอง:

1. เสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อนและผิวเคลือบฟัน

เครื่องมือขูดหินปูนที่วางขายออนไลน์ มักเป็นเครื่องสั่นความถี่สูงที่ไม่ได้ผ่านการทดสอบมาตรฐานทางการแพทย์ หากผู้ใช้งานไม่มีความชำนาญ อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ดังนี้:

  • เหงือกฉีกขาดและเหงือกร่น: ปลายเครื่องมือที่แหลมคมหากพลาดไปโดนเหงือกอาจทำให้เกิดแผลสด หรือหากกดน้ำหนักมากเกินไปจะทำให้เหงือกร่น จนเห็นรากฟันโผล่ ซึ่งนำไปสู่อาการเสียวฟันเรื้อรัง
  • ทำลายเคลือบฟัน (Enamel): การวางองศาเครื่องมือผิดพลาดอาจทำให้ผิวเคลือบฟันถูกทำลาย เกิดรอยขีดข่วนบนผิวฟัน ซึ่งจะกลายเป็นที่สะสมของคราบพลัคและหินปูนใหม่ได้ง่ายกว่าเดิม

2. การ ขูดหินปูนด้วยตัวเอง ทำได้ไม่หมด (และอาจทำให้แย่ลง)

หินปูนไม่ได้อยู่แค่บนผิวฟันที่เรามองเห็น (Supragingival Calculus) แต่ส่วนที่อันตรายที่สุดคือ “หินปูนใต้เหงือก” (Subgingival Calculus) ซึ่งเกาะอยู่ลึก ซึ่งลงไปในร่องเหงือก

  • การขูดเองมักทำได้แค่บริเวณที่มองเห็นในกระจก แต่ไม่สามารถเข้าถึงซอกลึกได้
  • การขูดที่ผิดวิธีอาจเป็นการ “ดัน” เศษหินปูนหรือเชื้อแบคทีเรียให้หลุดลึกลงไปในร่องเหงือกมากขึ้น ก่อให้เกิดการอักเสบที่รุนแรงกว่าเดิม

3. ความเสี่ยงจากการติดเชื้อในกระแสเลือด

การขูดหินปูนเป็นหัตถการที่มีโอกาสสัมผัสเลือดสูงมาก หากอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ (Sterilization) ตามมาตรฐานโรงพยาบาล จะเป็นช่องทางนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายโดยตรง โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคลิ้นหัวใจ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

มุมมองทางกฎหมายที่ควรรู้

ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. 2537 การขูดหินปูนถือเป็น “หัตถการทางทันตกรรม” ซึ่งต้องกระทำโดยผู้ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น การนำไปขูดให้ผู้อื่นถือว่ามีความผิดตามกฎหมายทันที ทั้งทางแพ่งและทางอาญา

สัญญาณเตือน: เมื่อไหร่ที่คุณควรมาพบทันตแพทย์?

แทนที่จะลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ นั่นคือสัญญาณว่า “หินปูน” กำลังเริ่มทำร้ายสุขภาพช่องปากของคุณแล้ว:

  • เลือดออกขณะแปรงฟัน: สัญญาณเริ่มต้นของโรคเหงือกอักเสบ
  • มีกลิ่นปากเรื้อรัง: แม้จะแปรงฟันหรือใช้น้ำยาบ้วนปากแล้วก็ตาม
  • เหงือกบวมแดง: มีสีแดงเข้มกว่าปกติและมีอาการเจ็บเมื่อสัมผัส
  • ฟันเริ่มโยก: หากปล่อยไว้นาน หินปูนจะทำลายกระดูกรองรับรากฟัน

ก้าวแรกสู่สุขภาพช่องปากที่ดี เริ่มต้นด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง

หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับคราบหินปูน หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมในการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกวิธี คลินิกบรการทันตกรรมพิเศษ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ พร้อมให้บริการตรวจและให้คำปรึกษาโดยคทันตแพทย์ของเรา เพื่อให้คุณได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและปลอดภัย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ทันตแพทยสภา