จัดฟันแล้วฟันผุ จริงไหม? สาเหตุและวิธีการดูแลฟันตลอดการจัดฟัน
18 มีนาคม 2026

การมีรอยยิ้มที่มั่นใจด้วยฟันที่เรียงตัวสวยงาม เป็นความปรารถนาของใครหลายคน การจัดฟัน จึงเป็นทางออกยอดนิยมในการแก้ไขปัญหาฟันซ้อนเก ฟันยื่น หรือการสบฟันที่ผิดปกติ อย่างไรก็ตาม คำถามที่มักตามมาเสมอคือ “จัดฟันแล้วฟันผุ” เป็นเรื่องจริงหรือไม่? และเราจะป้องกันได้อย่างไรเพื่อให้ฟันสวยไปพร้อมกับสุขภาพช่องปากที่ดี และป้องกันการ “จัดฟันแล้วฟันผุ”
ไขข้อสงสัย: อุปกรณ์ จัดฟัน คือตัวการทำให้ ฟันผุ จริงหรือ?
หากตอบตามหลักการทันตแพทยศาสตร์ เครื่องมือจัดฟันไม่ได้ส่งผลให้เกิดภาวะฟันผุโดยตรง แต่ “ปัจจัยแวดล้อม” ที่เกิดจากการใส่เครื่องมือต่างหากที่เพิ่มความเสี่ยง โดยเฉพาะการจัดฟันชนิดติดแน่น (Braces) ที่ประกอบไปด้วยแบรกเก็ต (Brackets) และลวดดัดฟัน
- แหล่งสะสมเศษอาหาร: อุปกรณ์จัดฟันมีซอกมุมเล็กๆ มากมาย ซึ่งเป็นจุดที่เศษอาหารเข้าไปติดได้ง่ายกว่าปกติ
- อุปสรรคในการทำความสะอาด: เมื่อมีเครื่องมืออยู่ในช่องปาก การแปรงฟันแบบปกติอาจไม่เพียงพอ เพราะแปรงสีฟันทั่วไปอาจเข้าไม่ถึงบริเวณใต้ลวด
- คราบจุลินทรีย์ (Plaque): เมื่อทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง แบคทีเรียจะย่อยสลายน้ำตาลจากอาหารให้กลายเป็นกรด เข้าทำลายแร่ธาตุบนผิวฟันจนนำไปสู่ปัญหาฟันผุ
ความสำคัญของการดูแลช่องปากเมื่อเริ่ม จัดฟัน
หลายคนอาจกังวลว่าหากจัดฟันแล้วฟันผุ จะต้องหยุดการจัดฟันเพื่อรักษาฟันผุก่อนหรือไม่? ในกรณีที่ฟันผุลุกลาม ทันตแพทย์จำเป็นต้องจัดการปัญหาเฉพาะหน้าก่อนเพื่อป้องกันการปวดหรือติดเชื้อ ซึ่งอาจทำให้ระยะเวลาการจัดฟันยืดเยื้อออกไป ดังนั้นการป้องกันฟันผุจึงเป็นสิ่งสำคัญและควรปฏิบัติตามอย่างเหมาะสม
5 วิธีป้องกันปัญหาจัดฟันแล้วฟันผุ และการดูแลช่องปากที่ถูกต้อง
เพื่อลดความเสี่ยงและดูแลรักษาสุขภาพฟันให้แข็งแรง โดยเราแนะนำแนวทางปฏิบัติดังนี้:
1. เทคนิคการทำความสะอาดที่มากกว่าการแปรงฟัน
นอกจากการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือหลังอาหารทุกมื้อแล้ว ผู้จัดฟันควรมีอุปกรณ์เสริม:
- แปรงซอกฟัน (Interdental Brush): ใช้ทำความสะอาดบริเวณใต้ลวดจัดฟันและซอกฟัน
- ไหมขัดฟันสำหรับคนจัดฟัน (Super Floss): มีปลายแข็งสอดผ่านลวดเพื่อกำจัดคราบได้หมดจด
2. เลือกยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากสำหรับคนจัดฟัน เพื่อลดความเสี่ยงฟันผุ
ควรใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์อย่างน้อย 1,400 – 1,500 ppm โดยใช้เทคนิคการแปรงแห้ง: บีบยาสีฟันเต็มความยาวแปรง แปรงให้ทั่ว บ้วนแต่ฟองออก และงดดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารหลังแปรงฟัน 30 นาทีเพื่อให้ฟลูออไรด์ทำงานเต็มที่
3. ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร
หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลสูง รวมถึงอาหารที่มีความเหนียว (หมากฝรั่ง, ทอฟฟี่) เพื่อลดโอกาสเศษอาหารติดค้างตามเครื่องมือ
4. การใช้น้ำยาบ้วนปากที่เหมาะสม
เลือกน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์ (0.05%NaF) และไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการระคายเคืองแผลในช่องปากที่อาจเกิดจากการเสียดสีกับลวดจัดฟัน
5. วินัยในการพบทันตแพทย์
ควรมาพบทันตแพทย์จัดฟันตามนัดสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพช่องปาก ขูดหินปูน หรือเช็กสัญญาณฟันผุเป็นประจำทุก 6 เดือน หรือวันเวลาที่ทันตแพทย์นัดหมาย
ปรึกษาเรื่องสุขภาพช่องปาก
หากคุณกำลังวางแผนที่จะจัดฟัน หรือมีความกังวลใจเรื่องสุขภาพช่องปากระหว่างการรักษา สามารถเข้ามาปรึกษาและรับคำแนะนำทันตแพทย์ได้ที่คลินิกบริการทันตกรรมพิเศษ CUSDC ของเรา ทันตแพทย์ของเราให้บริการปรึกษาและคำแนะนำ เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้รับทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสมที่สุด พร้อมส่งเสริมสุขภาวะทางช่องปากอย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาฟันผุในระยะยาว
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
